prayer's profilePrayer PraePhotosBlogListsMore Tools Help

Prayer Prae

<: welcome to prayer's world :>
May 24

Recommended From Prayer

 
I
มันเป็นเกมทาย password ไปเรื่อย ๆ เล่นแล้วก้อติดมิใช่น้อย
ใครอยากได้ Hint/Spoils ไปที่นี่เลย
 
II
มันเป็น web ไว้โหลดอะไรน่ารัก ๆ ของพี่แป้ง ภัทรีดา นักวาดภาพประกอบสุดเลิฟของแพร
แต่เฉพาะ DTAC เท่านั้นนะจ๊ะ
 
 
May 21

นิราศค่ายพัฒน์

 
 
คิดถึงค่ายพัฒน์จัง แม้จะเหนื่อย+ไกล+ติดต่อกะทางโลกไม่ได้ แต่ก้อ happy มั่ก ๆ
เวลาที่มีความสุขที่สุดตอนอยู่ค่ายพัฒน์ คือตอน 2 ทุ่ม ที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วได้ล้อมวงร้องเพลงด้วยกันทุกคืนล่ะ

 
เด็กน้อยได้ยินเรื่องราว กล่าวขานมานาน ว่าหากใครได้จับหิ่งห้อย
มาเก็บเอาไว้ใต้หมอน นอนคืนนั้นจะฝันดี จะฝันเห็นดวงดาวมากมาย
ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม

นิทานหิ่งห้อย :> เฉลียง
http://imusic.teenee.com/2/frame/5522.php


ไม่อยากเห็นภาพใดแม้แต่ท้องฟ้า
อยากจะพักดวงตาลงชั่วกาล
จะไปซุกตัวนอนซ่อนกายในเงาจันทร์
จะหลับฝันไม่ขอตื่นขึ้นมา

เดียวดายกลางสายลม :> นรีกระจ่าง คันธมาส
http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=3380


ฝากสายน้ำไหลถึงเธอ
ฝากลมบอกเธอฉันเหงา
ฝากฝนให้หล่น หล่นเบา ๆ
ฝากรักแนบเนาข้างกายและใจ


ฝากรัก :> เป้สีน้ำ


เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลม
สนุกสุขสม หัวใจหงายคว่ำ

ชีพที่ยาวนาน หรือสั้นแต่เพียงคำ
เอาตูดแช่น้ำแล้วเดินต่อไป


เที่ยวละไม :> เฉลียง
http://imusic.teenee.com/2/frame/879.php


บนฟ้ามีเมฆลอย บนดอยมีเมฆบัง
มีสาวงามชื่อดัง อยู่หลังแดนดงป่า
มีกะลาล่าเซอ มีหนุ่มๆเผลอฮ้องหา
มีสาวงานขึ้นมา แล้วมี มิดะ
 
มิดะ :> จรัล มโนเพ็ชร
http://imusic.teenee.com/2/frame/521.php


ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

อิ่มอุ่น :> ศุ บุญเลี้ยง
http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6570


วู้ วู ..ปี้สาว ครับ สวัสดี ครับ ปี้ ครับ
จำน้องชาย คน นี้ ได้ ก่อ
จำได้ บ่ได้ ก็ บอก มา ลา ลา

พี่สาวครับ  :> จรัล มโนเพ็ชร
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song2910.html


ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

ทะเลใจ :> คาราบาว
http://imusic.teenee.com/2/frame/506.php


ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

 
 
 

May 01

My 3-Day Adventure in HONG KONG :> DAY 3

 
DAY 3

 
วันสุดท้ายของการเดินทางแล้ว เลยตื่นสายนิดนึง ปามาน 6 โมงครึ่ง
 
จุดหมายแรกของเราวันนี้คือวัด Sik Sik Wong Tai Sin ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อของที่นี่อีกแห่ง การเดินทางก้อแสนจะสะดวก ใช้ MTR เหมือนเคย
 
เข้าไปเดินทัวร์รอบวัดรอบนึง แล้วก้อกลับออกมา วัดเป็นสไตล์จีนทั่วไป คนเยอะเชียว ได้ไหว้พระนิดหน่อย เพราะเสียเวลาไปค่อนข้างเยอะกะ Starbucks ก่อนทางเข้าวัด 555 แบบว่า ต้องใช้คาเฟอีนกระตุ้นแล้วค่ะ ไม่ไหวแล้ว
 
ขอเล่าเรื่องกาแฟของที่นี่นิดนึง คือเมื่อวานเนี่ย ได้ลองชิมกาแฟ Delifrance ไปแล้ว ชิมอึกแรกก้อแบบ เฮ้ย ทำไมขม ก้อพยายามไปหาน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมมาใส่ หาไม่เจอเลยถามเค้า เค้าบอกว่าใส่ไปแล้ว ให้เราคนดู แป่ว ซะงั้น พอคน รสชาตก้อดีขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ต่างจากน้ำล้างจานมากนัก แต่ก้อพอทน
วันนี้กิน Starbukcs นึกว่าจะดีขึ้น ป่าว ไม่อร่อยเหมือนกัน คิดถึงกาแฟบ้านเราจิง ๆ นอกจากรสชาตจะแย่ หน้าตาจะไม่น่ากินแล้ว แพรกะบีนยืนถ่ายรูปหน้าร้าน เค้าก้อมาว่าอีกว่าถ่ายไม่ได้ เฮ้อ ไม่เป็นไร ไปกันต่อ
 
จุดหมายที่สองของวันนี้ ต้องเปลี่ยนการเดินทาง หลังจากพึ่งพา MTR มาซะส่วนใหญ่ วันนี้ต้องนั่งรถบัสเพื่อไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay
 
รถบัสของที่นี่น่ารักค่ะ คนขับนิสัยดี คอยบอกทางนู่นนี่นั่น แถมยังมีกฎว่าห้ามคุยกับคนขับขณะรถวิ่ง ดังนั้นจะถามอะไรทีก้อต้องรอให้รถจอดที่ป้ายก่อน รถบัสมีหลายแบบ คือ แบบ 2 ชั้น แบบ 1 ชั้น แล้วก้อ minibus ซึ่งไอ้เจ้า minibus นี่ มีพิเศษตรงเค้าจะไม่ให้คนยืนเด็ดขาด ดังนั้นถ้าคุณมา 2 คน แต่เหลือที่เดียว ก้อต้องรอคันต่อไปเท่านั้น
 
เจ้าแม่กวนอิมที่นี่อยู่ติดทะเลค่ะ จากป้ายรถบัสต้องเดินเลียบชายหาดไปพอสมควรกว่าจะถึง ซึ่งที่นี่นอกจากเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ยังมีสะพานสีแดง จำชื่อไม่ได้ ถ้าเดิมข้ามหนึ่งครั้งจะอายุยืนขึ้น 3 ปี แล้วก้อมีปากปลาที่ให้โยนเหรียญให้เข้าปากแล้วจะโชคดี
 
ออกจากชายฝั่ง ไปต่อกันที่ Ocean Park ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน Ocean Park เป็นสวนสนุกที่มีมานานหลายปีแล้ว แต่สภาพทั่วไปก้อยังดูดีนะ ไม่ได้เก่าเหมือนที่เค้าบอก ๆ มา
 
Ocean Park แบ่งเป็น 2 โซน คือ low land กะ high land เชื่อมต่อด้วย Cable car (อีกแล้วคับทั่น เพียงแต่อันนี้เล็กกว่า น่ารักกว่า) เพราะสภาพภูมิประเทศที่นี่เป็นภูเขา จึงต้องสร้างอย่างนี้ ข้างในจะมีทั้งเครื่องเล่นต่าง ๆ ร้านอาหาร (อร่อยกว่าใน disneyland หลายขุม) แล้วก้อมีการแสดงสัตว์น้ำ น่าเสียดายมาก ๆ ที่มันมีเป็นรอบ ๆ แล้วเวลาไม่ลงตัว เลยไม่ได้ดูการแสดงสัตว์น้ำอะไรเลย แล้วก้อมี คล้าย Ocean World บ้านเรา คือเป็น tank น้ำให้ดูสัตว์น้ำแปลก ๆ แล้วก้อมีเป็นอุโมงค์ลอดผ่านถังปลาฉลามด้วย นอกจากนี้ยังมีซุ้มต่าง ๆ ให้เล่นเกมเหมือนงานวัดบ้านเรา พวกโยนห่วงเข้าปากขวดแล้วได้ตุ๊กตาปามานนั้น
 
ออกจาก Ocean Park ตอนบ่ายเพื่อไป Shop ต่อที่ Stanley Market ถึงตอนนี้ แพรขึ้นรถได้นี่หลับเลยค่ะ เหนื่อย+ง่วงมาก นั่งรถไปนานพอควร ช่วงตื่นก้อได้เห็นบ้านสวย ๆ แล้วก้อคอนโดหรู ๆ ย่านนี้เป็นย่านคนมีเงิน รถที่ขับผ่านก้อมีแต่สวย ๆ
 
Shopping ที่ Stanley อยู่พักใหญ่ แบบครึ่งหลับครึ่งตื่น ตอนนี้แพรกะบีนไม่พูดไม่จากันแล้ว พลังงานเหลือน้อยเต็มที พอใกล้ 5 โมงก้อต้องนั่งรถบัสเพื่อกลับเข้าเมือง ขากลับนี่แพรหลับตลอดทาง แต่ด้วยความอนุเคราะห์ของบีนที่จับหัวแพรไว้ไม่ให้โขกสิ่งรอบข้าง แพรจึงรอดมาได้ถึงในเมือง ขอขอบคุณบีนผู้น่ารักมา ณ ที่นี้
 
และแล้วก้อถึงเวลาต้องอำลาฮ่องกง เป็นทริปที่สนุกสุด ๆ ใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีค่า คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ได้ประสบการณ์มามากมาย กล้า+แกร่งขึ้นอีกเยอะ
 
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ...
:> คุณพ่อคุณแม่ที่ยอมให้แพรไปนะคะ
:> เหม็นสำหรับแผนที่ฮ่องกง
:> Pop และญาติ Pop ที่ช่วยจัดแผนการเที่ยวให้
และขาดไม่ได้
:> บีน ผู้ร่วมหัวจมท้ายกะแพรในครั้งนี้จ้า
 
 
 
April 24

My 3-Day Adventure in HONG KONG :> DAY 2

 
DAY 2
  
เริ่มต้นวันที่สองกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า อาบน้ำ (ความจิงก้อไม่ค่อยได้อาบนะ) แต่งตัว กิน Breakfast โรงแรม แล้วก้อออกเดินทาง
 
นั่ง MTR สุดที่รักของเราไปยังสถานี Tung Chung เพื่อไปไหว้ พระใหญ่วัด Polin
 
MTR ของที่นี่สะดวกมาก แล้วคนก้อใช้เยอะด้วย ตอนเช้า ๆ คนไปทำงานนี่เดินกันเป็นแถวแนว แล้วคนที่นี่เดินเร็วมาก แถมการใช้บันได้เลื่อนจะต้องยืนชิดขวา เพื่อให้คนที่รีบเดินเดินขึ้นไปก่อน หลังจากโดนดุไป 2-3 ครั้ง แพรกะบีนก้อเกิดการเรียนรู้ที่จะยืนด้านขวาเสมอ 555
 
นั่ง MTR ไปสุดสายเพื่อไปนั่งรถบัสสาย 23 ต่อเพื่อขึ้นเขาไปไหว้พระใหญ่ วันที่ไปนั่นลมแรงมาก แบบว่าไม่หนาวเท่าไหร่ แต่ลมแรงได้ใจทีเดียว ขาเดินขึ้นบันไดไปไหว้พระนี่ก้อเซ ๆ ไปหลายรอบ ขึ้นไปถึงข้างบนยอดสุดแล้วนี่ลมแรง max ตัวปลิวไม่พอ (ซึ่งน้ำหนักแพรกะบีนก้อคงรู้ ๆ อยู่ว่าไม่ได้เบาเท่าไหร่) แต่แพรหัวเราะทีนี่ลมแรงถึงขนาดทำให้น้ำลายไหลเป็นทาง โชคดีที่บีนอยู่ต้นลม ไม่งั้นมีหวังน้ำลายแพรเดินทางไปถึงแน่ ๆ
 
ระหว่างทางเจอคนบ้าด้วยแหละ เป็นผู้หญิง พยายามจะเดินเข้ามาหาพวกเราตลอดเวลา แล้วก้อพึมพำอะไรก้อไม่รู้ เหมือนคุยกะใครซักคนอยู่ น่ากัวจิง ๆ
 
พระใหญ่จิง ๆ อะ แล้วก้อสวยมากด้วย โชคดีมากที่วันนั้นฟ้าใส ไร้เงาเมฆฝน แต่ลมแรงซะงั้น ไม่เป็นไร พอทน
 
ลงจากไหว้พระก้อไปเดินหมู่บ้าน Ngong Pin กัน ซึ่งเป็นหมู่บ้านโบราณจำลอง เพิ่งเปิดได้ไม่นาน สัมผัสได้ถึงความใหม่แกะกล่อง แต่ได้แค่เดินผ่าน ๆ เพราะเวลาไม่อำนวย
 
ขาขึ้นมาใช้บริการรถบัสแล้ว ขาลงเขาต้องหาการเดินทางรูปแบบอื่นเพื่อความเร้าใจ ดังนั้นเราจึงลงด้วย Ngong Pin Cable Car กัน ไอ้เจ้ากระเช้านี่เค้าออกแบบให้นั่งได้ถึง 8 คน แต่ปกติเค้าให้นั่งคันละ 6 คน แต่ด้วยความที่เราไปแต่เช้า ยังไม่ค่อยมีใครลงเขากัน จึงได้อภิสิทธิ์มากมายด้วยการขึ้นกันเพียง 2 คนเท่านั้น ได้ถ่ายรูปสะใจ แต่เสียวไม่แพ้กัน เพราะว่ากระเช้านี่สูงมาก บวกกับลมแรงสุด ๆ ทำให้กระเช้าแกว่งไปมาหวาดเสียวพอควร (ถึงแพรกะบีนจะหนัก แต่ก้อไม่ขนาดเท่า 6 คนนะ) แล้วทางนี่ไม่ใช่ใกล้ ๆ ลงมาแพรถึงขนาดเมากระเช้ากันเลยทีเดียว
 
หายจากเมากระเช้า ก้อไป shopping กันต่อที่ Citygate แถว ๆ นั้น มีพวกของ brandname แต่อีกแล้ว เรามีเป้าหมายอื่นในใจ จึงอยู่ได้ไม่นาน
 
เป้าหมายหลักวันนี้ของเราอยู่ที่ Hong Kong Disneyland นั่นเอง การเดินทางมาก้อแสนจะน่ารัก คือนั่ง MTR สาย Disneyland ซึ่งใช้ขบวนรถพิเศษที่มีกระจกเป็นรูป Mickey Mouse แล้วก้อที่จับในรถก้อเป็นรูป Mickey Mouse น่ารักมากมาย ชอบสุด ๆ
 
เข้าไปข้างใน Disneyland ได้แล้ว ก้อผิดหวังเล็กน้อยง่ะ เพราะเล็กอย่างที่เค้าว่าจริง ๆ เครื่องเล่นมีเพียงไม่กี่อย่าง (ไม่มีเครื่องเล่นโปรดของแพรอย่าง Small World แล้วก้อ Splash) อาหารก้อไม่อร่อยอย่างแรง (หรือว่าเรากินร้านที่ถูกที่สุด ซึ่งขนาดถูกก้อปาไปเกือบ 300 บาทแล้วกับบะหมี่หนึ่งชาม) แล้วก้อของที่ระลึกก้อไม่ค่อยสวย (แถมแพงหูฉี่ เพื่อน ๆ กรุณาอย่าน้อยใจ มันแพงแบบซื้อไม่ลงจริง ๆ เลยไม่ค่อยมีของมาฝากน่ะ) สรุปแล้ว สู้ Disneyland ที่ญี่ปุ่นหรือฝรั่งเศสไม่ได้เลย แพ้ขาด
 
ดู ๆ ไป Disneyland ที่นี่เน้นสำหรับเด็ก คือมีการแสดงค่อนข้างเยอะ แล้วก้อเครื่องเล่นเบา ๆ ซะส่วนใหญ่ เน้นการ์ตูนสำหรับคุณหนูอะไรเทือกนั้น
 
แต่ถึงอย่างไร เราก้อยังสนุกสนานอยู่ใน Disneyland เล่น นู่น นี่ นั่น จนถึงเย็น เพื่อรออยู่ชมพลุและการแสดงแสงสีเสียง ซึ่งเค้าจะมีทุกวันประมาณทุ่มกว่า การแสดงสวยงามมาก ๆ แพรกด shutter แบบถี่รัวเลย ก้อได้รูปสวย ๆ มาฝากกันพอควร
 
เราควรจะเหนื่อยกันแล้วใช่มั๊ย แต่ยัง ราตรีนี้ยังอีกยาวนัก หลังจากออกจาก Disneyland ตอนใกล้ ๆ 2 ทุ่ม ก้อนั่ง MTR มาอีกแหล่ง shopping ขึ้นชื่อ นั่นก้อคือ Mongkok และ Ladies' Market ซึ่งเป็นตลาดกลางคืนที่มีทั้งของ Brandname พวก Brand กีฬาทั้งหลาย ยันของทั่วไป
 
มื้อเย็นวันนี้ เราตั้งใจว่าจะกินโจ๊กฮ่องกงขึ้นชื่อให้ได้ แต่ด้วยความฉลาดของแพรกะบีน เราไม่รู้ว่าโจ๊กภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่าอะไร เลยถามใครไม่รู้เรื่อง พยายามอธิบายอยู่นานมาก ว่าเป็น Hongkong Famous Rice เป็น smashed rice, kind of soup แล้วก้อ eat hot  แต่ก้อยังไม่มีใครเข้าใจ หลังจากเดินหาอยู่นานมาก ในที่สุดก้อเจอจนได้ เพิ่งได้รู้วันนี้นี่เองว่าโจ๊กภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า congee ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย
 
โจ๊กที่นี่อร่อยมาก สมกับที่เป็นอาหารขึ้นชื่อ รสชาตก้อไม่เหมือนของไทยนะ มันบอกไม่ถูก ไม่ร้อนแรงพริกไทยเท่าของไทย แต่ก้อรู้สึกกลมกล่อม มีสมุนไพร เครื่องเทศ อะไรอย่างนั้น อร่อยจิง ๆ ชามเดียวกินได้สองคน เพราะใหญ่มาก
 
ส่วนเครื่องดื่มประจำมื้อนี้คือ Lemon Coke ด้วยความอยากรู้จึงลองสั่งมา ก้อนึกว่าจะเป็นโค้กรสมะนาว แต่ป่าว มาเป็นแก้วน้ำแข็งใส่ Lemon มา 3 ซีก แล้วก้อโค้กหนึ่งกระป๋อง วิธีการดื่มคือเทโค้กลงไป คน ๆ ให้น้ำ Lemon มันออกมาแล้วก้อกิน ฟังดูทะแม่ง ๆ ใช่ม้า แต่ขอบอกว่าอร่อยมั่กๆๆๆๆ ติดใจจิง ๆ กลับเมืองไทยก้อมาพยายามทำกินเองโดยใช้ Lime บ้านเราแทน แต่มันไม่เป็น imperfect substitution ง่ะ เสียจาย
 
นอกจากอาหารหลักแล้ว แพรกะบีนก้อลองกินขนมจีบเสียบไม้ดู อร่อยมาก ที่นี่เค้าเอาทุกอย่างมาเสียบไม้แล้วก้อขายมันอย่างนั้น ถุงเถิงไม่ต้องมี เดินกินเอา แล้ววิธีการราดซอสเค้าเจ๋งมาก คือจะมีจานใบนึงตั้งอยู่หน้าร้าน ใครสั่งอะไร เค้าก้อจาวางไว้ในจาน ให้เราราดน้ำจิ้มไปในจาน แล้วก้อหยิบเดินกินเอา แล้วน้ำซอสในจานนี่จะมีสีที่อธิบายไม่ถูก เพราะผสมหลายอย่างเหลือเกิน
 
อีกเมนูนึงที่ลองกินคือปลาหมึกเสียบไม้ เหนียวอย่างแรง ไม่อร่อยเลย กินแล้วนึกถึงปลาหมึกย่างบ้านเราชะมัด ถูกกว่า อร่อยกว่า
 
หลังจากเดิน shop ถึงเที่ยงคืนก้อกลับโรงแรม แต่วันนี้นอนปามานตี 2 แน่ะ เพราะต้อง pack กระเป๋ากลับวันพรุ่ง ซึ่งของฝากและของซื้อเองเยอะแยะเหลือเกิน ขาไปแพร pack ไปครึ่งกระเป๋า ขากลับเต็มกระเป๋าแบบต้องนั่งทับถึงปิดได้ แล้วยังมีถุงขนมอีกหนึ่งถุงใหญ่
 
วันแรกว่าเหนื่อยแล้ว แต่วันที่สองนี่เหนื่อยได้อีก ตาปิดได้นี่หลับเป็นตายเลยยยยย

 
April 18

My 3-Day Adventure in HONG KONG :> DAY 1

 
หมายเหตุ :> กรุณารอรูปจากฮ่องกงกันอีกเล็กน้อยนะคะ แบบว่า....รอบีนอยู่ ไม่ต้องรีบส่งมาให้แพรหรอกนะจ๊ะ ทุกคนรออยู่
ระหว่างนี้ ก้ออ่านเรื่องราวไปพลาง ๆ เป็นออเดิฟไปก่อนนะคะ
 
 
DAY 1
 
13.40 แพรกะบีนเดินทางมาถึงสนามบิน HK โดยปลอดภัย แล้วนั่ง Shuttle Bus สุดหรูต่อไปยังโรงแรมที่พักของเรา ชื่อ Majestic ตั้งอยู่บนถนน Jordan ค่ะ

ระหว่างทางไปก้อเป็นตึกสูง Skyscraper มากมาย ดู ๆ ไปแล้วเป็นที่อยู่อาศัยแน่นอนค่ะ น่ากัวมากๆๆๆ แบบว่าตึกโคตรสูง แล้วเรียงรายกันมากมาย ดูโดดเดี่ยว อ้างว้าง ยังไงก้อไม่รู้แฮะ

หลังจาก check in ที่โรงแรมเสร็จด้วยความป้ำเป๋อของแพรที่ลืมเซ็นชื่อจน receptionist สุดสวยต้องโทรตาม (แอบบอกนิดนึงว่า receptionist ที่นี่น่ารักมากค่ะ ทั้งหญิงและชาย แถมพูดภาษาอังกฤษคล่องเชียว แบบว่าแพรเอ๋อไปเลย) เราก้อไปนั่ง MTR ค่ะ มันคือรถไฟใต้ดินนั่งเอง เพียงแต่ว่าเจ๋งกว่าเมืองไทยตรงที่มันมีหลายสายและโยงใยไปได้ทั่วฮ่องกง
 
ลืมบอกไปว่าฮ่องกงประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ เกาะฮ่องกง เกาะลันเตา และฝั่งเกาลูน ซึ่งพวกเราพักอยู่นั่นเอง ดังนั้น MTR ที่เรานั่งนี่จามีการผ่านใต้น้ำด้วย แต่พวกเราจาไม่เห็นค่ะ

 
กว่าจะถึงกลางเมืองหรือ Central ก้อปาไปเย็น ๆ นู่นแล้วค่ะ หลังจากหลงทางเล็กน้อย เราก้อพาตัวเองมาได้ถึงป้ายรถบัสสาย 15C ซึ่งเป็นสายสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นรถสองชั้นเปิดประทุน แล้วแพรกะบีนก้อเปิ่นอีกแล้วคับ โดยการขึ้นรถทาง EXIT ทำให้ถูกคนขับดุใหญ่เลย ไม่พอ มีการลงจากรถแล้วชี้ให้เราเห็นด้วยว่า ENTRY กะ EXIT น่ะ มันต่างกันอย่างไร อื้ม มันต่างกันจิง ๆ ค่ะ
 
หลังจากตื่นเต้นบนรถ 15C ได้แป๊บเดียว ก้อมาถึงจุดหมายของเรา นั่นคือรถ Tram นั่นเอง รถ Tram คือรถรางขึ้น The Peak เพื่อไปชมวิวค่ะ เจ้า Tram นี้จะพาเราขึ้นเขาด้วยความชันเกือบ 45 องศา พอมาถึงข้างบนแล้ว ก้อไปจุดชมวิวกันต่อ เพื่อจาได้มองเห็นเกาะฮ่องกงและฝั่งเกาลูนมุมสูง สวยงามมากมายค่ะ ได้ดูทั้งตอนยังมีแสงและอยู่จนกระทั่งฟ้ามืด เห็นแสงไฟจากตึกมากมาย สวยงามจริง ๆ น่าเสียดายที่คนเยอะมาก ทำให้ถ่ายรูปสวย ๆ มาฝากได้ไม่ดีเท่าที่ควร
 
มื้อเย็นวันแรกคือ McDonald นั่นเอง แต่เมนูเค้าจาไม่เหมือนของบ้านเรานะ แพรกิน Hamburger หมูไข่ดาว อร่อย max บ้านเราน่าจาทำบ้างนะ มันอร่อยจิง ๆ นะ ขนมปัง Mc ที่นี่จะกรอบ ๆ เหมือน BurgerKing บ้านเราค่ะ อร่อยแท้
 
ขากลับลงจาก The Peak ก้อลงทางเดิมคือ Tram แล้วก้อนั่ง Star Ferry เพื่อข้ามฟากจากเกาะฮ่องกงกลับมาฝั่งเกาลูน ขณะนี้ก้อปาไปปามาน 3 ทุ่มก่า ๆ ได้แล้ว

Star Ferry นี่เป็นวิธีการข้ามทะเลแบบ classic ค่ะ ยิ่งกลางคืนยิ่งสวย เสียดาย (อีกแล้ว) ที่ถ่ายรูปไม่ค่อยได้ เพราะเรือแล่นเร็วบวกกะกลางคืน
เมื่อขึ้นฝั่งแล้ว ก้อเดินไปทาง Tsim Sha Tsui เพื่อไป Avenue of Stars ค่ะ เป็นทางเดินเลียบชายฝั่ง แล้วก้อมีฝ่ามือของดาราอยู่ที่พื้นด้วย (เหมือน Hollywood นั่นแหละ) เดินหากันอยู่นาน เจอดาราที่รู้จักอยู่แค่ 2 คน คือ เฉินหลง กะ Jet Li เท่านั้น ถ่ายรูปมาเพียบเลย อะ! อยากเห็นอะดิ 555 รออีกนิดนะ
 
แอบเล่านิดนึงว่า Tsim Sha Tsui เป็นแหล่ง shop ชื่อดังค่ะ แต่ว่าเราไปดึกเกิน ร้านรวงต่าง ๆ เลยปิดเกือบหมดแล้ว เจอโรงแรมน่ารังเกียจด้วยค่ะ จำพวก Peninsula, Sheraton, Marriott ไรงี้ จาอยู่แถบนี้ หรูเกินไป เอื้อมไม่ถึงค่ะ
 
เริ่มเหนื่อยแล้วค่ะ 5 ทุ่มแล้ว ก้อกลับไปโรงแรมโดย MTR ขึ้นที่สถานี Jordan เดิน shopping ต่อแถว Temple Street ซึ่งเป็นตลาดกลางคืนอยู่ใกล้โรงแรม (ของเหมือนสำเพ็ง ประตูน้ำ ตลาดนัดบ้านเราเลย) แล้วก้อกินมื้อดึก โดยการสุ่ม ๆ เดินเข้าไปร้านคนเยอะ ๆ ซะงั้น ก้อได้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว Fish ball noodle อร่อยดีค่ะ
 
เที่ยงคืนแล้ว ก้อเดินกลับโรงแรมกัน แต่โรงแรมของเราเนี่ยดันอยู่ติดกะ ดิสโก้เทค ค่ะ เลยเป็นภาพที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ นึกภาพถนนกลางคืนที่เงียบ มืด ไม่มีคน แล้วก้อมีไอ้ดิสโก้เทคนี่ที่มีคนน่ากัว ๆ เต็มไปหมดเลย แถมยังเสียงดังครึกโครมอีก สาวบอบบางอย่างเรา 2 คนจึงต้องรีบเดินด้วยความเร็วสูงเข้าโรงแรม
 
จบการเที่ยววันแรก สนุกสนาน+เหนื่อยมากมาย กว่าจาได้นอนก้อตี 1 กว่าค่ะ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงเช้า+ขอ morning call ไม่รู้จาตื่นไหวป่าว
 
 
 
ไว้มาติดตามการเดินทางในวันที่สองของแพรกันต่อนะคะ
 
 
 
Photo 1 of 23
More albums (33)

prayer prae

Location