Profil de prayerPrayer PraePhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
10 avril Prayer's Little Adventureจบไปแล้ว กับ 3 ทริปติดกันของแพร ฮ่องกง พังงา-กระบี่ และเช็งเม้งนคร-ตรัง
เหนื่อย+โทรม max
ผ่านการเดินทางมาเกือบทุกรูปแบบ เครื่องบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง รถทัวร์ รถไฟ รถตู้ เรือ ฯลฯ
หางานทำไม่ได้ เที่ยวมันกระหน่ำ summer sale ซะงั้น
สำหรับผู้ที่ติดตามชมภาพจากฮ่องกง จาเอามาลงหลังจากได้รูปจากบีนแล้วนะ
ตอนนี้เชี่ยวมากกะการเที่ยวฮ่องกง ผู้ใดสนใจไป ติดต่อแพรให้จัดโปรแกรมเที่ยวได้เล้ยยยย
ไงก้อ สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้ากันทั่วหน้านะจ๊ะ : )
2 février เมื่อไหร่ :> Superbakerทำไมมันร้องแต่เพลงอยู่ได้ทั้งวัน
ทำไมมันฝันอย่างเดิมทุกที ทำไมจึงเห็นแต่เธอไม่ว่าหลับหรือตื่น ไม่อาจฝืนปรากฏการณ์นี้เลย ทำไมดอกไม้เบ่งบานเมื่อมีเธอเข้ามา ทำไมท้องฟ้าถึงสวยกว่าเคย อยากจะชวนเธอมาพิสูจน์จังเลย ว่าฉันนั้นเป็นอะไร *เมื่อไหร่ที่คิด คิดถึงถึงเธอขึ้นมาจับใจ โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป เหมือนเคมีข้างในมันบอกอย่างนั้น อาจเป็นคนนี้ที่สัญญาณเราจูนต่อกันทุกเรื่องราวที่เจอนั้น สวยงามดั่งความฝันเมื่อฉันได้พบเธอ พอดวงอาทิตย์ตกมาก็มีแสงจันทร์ อะไรอย่างนั้นก็พอเข้าใจ ทำไมเมื่อฉันเจอเธอก็เจอแสงไฟ ส่องประกายอยู่เพียงแค่เรา (ซ้ำ *) คงเป็นทุกอย่างมีเหตุผล ให้คนได้พบได้เจอกัน ผลลัพธ์ก็คือเธอเจอกับฉัน
24 janvier วันนี้อยู่บ้านวันนี้อยู่บ้าน
เลยมานั่ง up รูปเก่า ๆ ให้ดู
มีรูปใหม่ที่ถ่ายตอนถ่ายรูปทำรายงานด้วย
สนุกดี งานชิ้นนี้ แต่ก้อเหนื่อยเช่นกัน
เมื่อวานเดินสวนลุมจนขาลากเลย
ไปถ่ายมาแล้วหลากหลายที่ ตั้งแต่คณะ อักษร สวนลุม ท่าพระจัน ยันจัดฉากเองในบ้าน
เหลืออีกหัวข้อเดียวเท่านั้นที่ต้องถ่าย สู้โว้ย
มีเรื่องอยากรบกวน ใครพอจารู้จัก tour agency ดี ๆ มั่งอะ
คือว่า อยากซื้อ package tour ไปฮ่องกง
งานยังไม่เสร็จ วางแผนเที่ยวแล้ว
หรือใครเคยไปฮ่องกงมาแล้ว แนะนำคนอยากไปหน่อยจิ
ที่คร่าว ๆ คือตอนนี้ อยากไปประมาณ 3-4 วัน ไป disney, ocean world, victoria peack ไปไหว้พระ
กินอาหารถูก ๆ อยู่โรงแรมราคาประหยัด ไม่เน้น shopping
หรือใครมี website แนะนำ ก้อขอความกรุณาด้วย
ขอบคุณล่วงหน้าน้า
PS :> ช่วงนี้มะค่อยมีเรื่องน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเซลล์สมองส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ทำรายงานหมดแล้ว 555
17 janvier Check it out!วันนี้แพรมีอะไรแปลกใหม่มาให้ผู้ชมทุกท่านนะคะ
นั่นก้อคือ slide.com นั่นเอง
ซึ่งขอขอบคุณต๊ะมา ณ ที่นี้ สำหรับคำแนะนำในการทำ ^_^
แบบว่า ได้ forward e-mail อันนี้มา แล้วแบบ เด็กผู้หญิงคนนี้น่ารักมั่กๆๆๆๆเลย แล้วไฟล์ขนาดไม่ใหญ่ ก้อเลยเอามาลองทำ slide ซะงั้น
แล้วไว้จาทำมาให้ดูอีก ฮิฮิ หนุกดี ๆ 6 janvier สมการความทุกข์ความทุกข์ = (ตัณหา - ตถตา) x อัตตา
โดย
ตัณหา = ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากได้ ไม่อยากเป็น
ตถตา = "มันเป็นเช่นนั้นเอง"
อัตตา = ตัวกู ของกู
ไม่ตัวหน้า หรือ ตัวหลัง เป็นศูนย์ ความทุกข์ก้อจะไม่เกิด 29 décembre Updated Photosด้วยความติ๊งต๊องเหลือคณานับของแพร แพรได้ลบรูป Royal Flora ของแพรไป T_T
แพรเลยเอามาใส่ใหม่ (แต่อาจไม่ใช่ภาพเก่า เพราะจำไม่ได้ว่าใส่ไรไปมั่ง)
พร้อมกับรูปใหม่ ๆ ที่จะทยอย ๆ ตามมา
ดูกันให้ตาแฉะไปเลย ^_^ 30 novembre กบแพรในกะลาขณะนี้เวลาประมาณ 7.40 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2549
แพรนั่งอยู่ที่หอกลาง
แพรได้ค้นพบความจริงบางอย่าง
นั่นก้อคือ
ก้าวแรกที่เดินเข้ามามีความรู้สึกว่า ทำไมคนมันเยอะจัง ยังไม่ใช่ช่วงสอบซะหน่อย
แล้วก้อต้องพบกับความประหลาดใจว่า เด็กจุฬาเหล่านี้มานั่งอ่านหนังสือกันจิงจัง
ทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ใช่ช่วงสอบ midterm หรือ final
สำหรับคนที่อ่านหนังสือก่อนสอบไม่เกิน 3 อาทิตย์และไม่อ่านหากไม่สอบอย่างแพร นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ
หรือเป็นนิสัยเด็กเสดสาด ... ก้อไม่อยากเอาคนอื่นมาเหมารวม
อื้ม....เพิ่งรู้ว่าคนอื่นเค้าฟิตกันขนาดนี้
ปล. แล้วแพรไปทำอะไรที่หอกลาง ไม่ได้อ่านหนังสือแน่นอน (เดาถูกละสิ)
มาทำรายงาน ซึ่งเวลาส่วนใหญ่หมดไปกะการนั่งอ่านโคนัน เล่นเอ็ม เล่นเน็ต และ.....อัพบล็อก :D
ว่าแล้วก้อไปทำรายงานต่อดีก่า....
23 novembre What's Happening :: Royal Floraไปงานพืชสวนโลกมาล่ะ เลยเอามาเล่าให้ฟัง เผื่อใครที่กะลังจาไป หรือกะลังตัดสินใจจะไป
:: ใครว่าเที่ยววันเดียวไม่ทั่ว ::
หากวางแผนเดินดี ๆ ก้อสามารถเดินให้ทั่วและครบ ได้อรรถรสเต็มเปี่ยมภายในวันเดียว เพียงแต่ว่า....ต้องอึดพอที่จะเดินตั้งแต่ ก่อน 9 โมงถึง 2 ทุ่ม นับรวมก้อแค่ 11 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ขำขำ
แต่ที่แพรไป ไป 2 วัน วันแรกไปครึ่งบ่าย อีกวันไปครึ่งเช้า ก้อจาขอเล่าตั้งแต่เช้ายันค่ำละกัน
:: วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ::
ต้องวางแผนการเดินทางในงานดี ๆ โดยดูแผนที่และถามตัวเองว่าอยากเดินให้ครบ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละที่ต้องรีบและใช้เวลาน้อย หรืออยากเดินชิลชิล ดื่มด่ำกับความสวยงามเฉพาะส่วนที่สนใจ
ต่อจากนั้น ต้องวางแผนเวลาให้เหมาะ กล่าวคือ
:> ควรไปก่อนงานเริ่ม (ประตูเปิด 9 โมง) เพื่อจะได้เดินชมสวนด้านนอก อันประกอบไปด้วย ปาล์มขวด อันสวยงามตระการตา เนินราชพฤกษ์ ซึ่งต้องมองหานานกว่าจะเจอว่ามันคือต้นราชพฤกษ์ (แบบว่า...มันเล็กมากน่ะ) ช้างพ่นน้ำ ร่มคันใหญ่ซึ่งประทับใจแพรมากมาย และ นู่น นี่ นั่น
:> ช่วงเช้าคนน้อยก้อให้รีบขึ้นรถรางดีก่า เพราะถ้าสาย ๆ หรือบ่าย ๆ นี่คนเยอะมาก แถมแดดยังร้อนแรงอีกต่างหาก แต่ถึงยังไง ก้อต้องไปเข้าคิวก่อนประตูเปิด อย่าชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะพอประตูเปิดปุ๊บ คนก้อกรูกันไปขึ้นรถรางทันที
:> ช่วงกลางวัน แสงแดดแผดเผา ให้หมายตาซุ้มหรือนิทรรศการที่อยู่ในร่ม ถ้าติดแอร์ หรือมีการปรับอากาศให้เย็นจะยิ่งดีเป็นพิเศษ ที่แนะนำ เช่น สวนกล้วยไม้ ส่วนนิทรรศการหมุนเวียน และ โซนพืชเมืองหนาว เป็นต้น
:> ตกเย็น 6 โมงมีการแสดงม่านน้ำที่บึงราชพฤกษ์ ต้องไปจับจองที่ก่อน ไม่งั้นจะพลาดจุดชมวิวดี ๆ ไป ใครมีตังแนะให้ไปกินร้านกินดื่มที่อยู่ตรงริมบึง วิวดีมั่ก ๆ หนึ่งทุ่มมีการแสดง electronic parade ที่ถนนหน้าหอคำหลวง อันนี้ก้อต้องไปจองที่ก่อนเช่นกัน แต่!!! ทั้ง 2 โชว์ ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่นัก แต่ก้อยังดีกว่าไม่มีไรทำ เพราะมืดแล้ว จาไปดูดอกไม้อารายเนอะ
:> งานเลิก 2 ทุ่ม ถ้ายังไหว ไปต่อได้ที่ไนท์ซาฟารี ใกล้ ๆ กัน มีบริการรถฟรี
:: Recommended ::
1. ดอกกุหลาบสีดำและดอกกุหลาบสีด้าน :> ประทับใจสุด ๆ งามหลาย ดอกใหญ่มาก อยากได้ไปปลูกที่บ้านบ้าง (อันนี้ก้อเว่อไป) แต่น่าเสียดาย ถ้าแพรจำไม่ผิด มันเป็นโซนนิทรรศการซึ่งไม่ชัวร์ว่าอยู่นานแค่ไหน แล้วก้อนิทรรศการหมุนเวียนอื่นจะเป็นไงอะนะ เอาเป็นว่า นิทรรศการหมุนเวียนเป็นอีกจุดที่น่าสนใจละกัน
2. ต้นไม้หายาก และต้นไม้แนะนำทั้งหลาย :> เช่น มะพร้าวทะเล ซึ่งมีลูกแฝด หรือต้นไม้ดึกดำบรรพ์ ไปดูครั้งหนึ่งในชีวิต
3. พืชไม้เมืองหนาว :> นอกจากอากาศจะเย็นสบายแล้ว ดอกไม้ยังสวยงามตา มีดอกไม้แปลก ๆ ที่ไม่เห็นได้ในเมืองไทยหลายชนิด เช่น แมกโนเลีย ลาเวนเดอร์ รวมไปถึงผัก และเห็ดด้วย ก้อไม่รู้ว่ามันจะทนอากาศร้อนเมืองไทยได้นานแค่ไหนอะ เพราะตอนแพรไปก้อร่วงโรยไปเยอะแล้วเหมือนกัน
4. เรือนกล้วยไม้ :> งามเกินคำบรรยาย
5. ต้นโพธิ์แห่ง...(อะไรซักอย่าง จำไม่ได้ซะงั้น) :> เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างไม่กี่อย่างที่แพรคิดว่าสวยในงานพืชสวนโลก (นอกเหนือจากร่มคันใหญ่หน้างานที่ชอบมาก ๆ) ไปดูให้ได้นะ
6. สวนสับปะรด :> มันไม่ได้ชื่อนี้หรอก ชื่อไรจำไม่ได้แล้ว แต่ที่มีสับปะรดสีน่ะ แพรว่าสวยดี ชอบ ๆ ดูเป็นดอกไม้ที่มีรายละเอียด
7. อันสุดท้าย พลาดไม่ได้สำหรับคนชอบ postcard หรือสะสมตราประทับ เพราะตรงทางออกมีซุ้มของไปรษณีย์ ซึ่งมีตัวปั๊มลายโลโก้ราชพฤกษ์ 4 แบบด้วยกัน สวยน่าสะสม ใครสามารถส่ง postcard ได้ที่ตู้ตรงนั้นยิ่งแนะนำเป็นพิเศษ เพราะจะได้ตราประทับ stamp version พืชสวนโลก น่าสะสม แพรพูดเหมือนได้ค่า commission เลยเนอะ ก้อมันชอบจิง ๆ นี่หน่า
:: ETC ::
:> พวกสวนของต่างประเทศ หรือสวนขององค์กรไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่แฮะ อย่างสวนญี่ปุ่นที่ว่าสวย ก้อไม่สวยอย่างที่คิด (ในความคิดแพรอะนะ) ส่วนดอกทิวลิปนี่ ตอนแพรไปก้อไม่เหลือแล้วแหละ
:> หอคำหลวงก้อโอเค สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ก้อโอเค เอาเป็นว่า ไม่ใช่แนวแพรละกัน แต่คนอื่นอาจจะชอบก้อได้อะนะ
:> ไม่จำเป็นต้องเอาน้ำหรืออาหารเข้าไป ใครขู่ก้อฟังหูไว้หู เพราะมันไม่แพงอย่างที่คิด แบกไปก้อหนักป่าว ๆ เดินเหนื่อย ๆ ร้อน ๆ อยากกินน้ำเย็น ไอ้น้ำที่เตรียมมาก้อไม่เย็นแล้วหละ ซื้อเค้าง่ายกว่า มีขายตลอดทาง อาหารก้อกินได้ ราคาใกล้เคียงพวก food center ก้อมี ต้องเลือกเอาน่ะ
:> อุปกรณ์ถ่ายรูปใครว่าไม่สำคัญ เตรียมไปให้พร้อม ทั้ง memory card หรือฟิล์ม หรือ แบตกล้อง เพราะจะถ่ายรูปเต็มเม็มหรือถ่ายรูปจนแบตหมดเอาง่าย ๆ ที่นั่นเค้ามีบริการ write รูปที่เต็ม memory ลงแผ่น CD ให้ด้วย เห็นมีหลายจุดเหมือนกัน
สุดท้าย เที่ยวชมงานอย่างมีมารยาท อย่าทำลายต้นไม้ หรือดอกไม้ เพื่อให้คนอื่นหลังเราได้ดูด้วยน้า.....
1 novembre ภาษีน้ำท่วมอ่า... มันอาจจะสายไปหน่อยที่มาพูดเรื่องน้ำท่วมตอนฝนไม่ค่อยตกแล้ว แต่เพิ่งมีเวลามาพิมพ์น่ะ
เรื่องของเรื่องก้อคือ คนกรุงเทพน่าจะต้องจ่ายภาษีน้ำท่วมให้กับคนต่างจังหวัดนะ
เพราะเค้าเสียสละเจอน้ำท่วมแทนพวกเราชาวกรุงเทพ
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอน้ำท่วมมาหลายปี ซึ่งเท่าที่เจอก้อไม่เคยสูงกว่าข้อเท้า แค่นั้นก้อแย่มากแล้วนะ แต่คนหลาย ๆ จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่เหนือกรุงเทพ เค้าเจอน้ำท่วมหนักหนาสาหัสกว่านี้นัก ในขณะที่พวกเราอยู่กันสุขสบาย เจอน้ำท่วมอย่างมากก้อแค่วัน 2 วัน
ดังนั้น...
พวกเราควรจะต้องจ่ายภาษีน้ำท่วม
ง่ายที่สุด ก้อหน้าพารากอน ไปบริจาคเงินหรือสิ่งของก้อได้ หรือจะไปที่กองบรรเทาทุกข์ของสภากาชาด อยู่ตรงถนนอังรีดูนังต์ ติดกับตรงที่ไปบริจาคเลือด เค้ามีรถออกไปให้ของคนน้ำท่วมทุกวัน จะเอาอาหาร เสื้อผ้าหรือของใช้ไปบริจาคก้อได้
ภาษีแค่นี้คุ้มค่ากับการที่น้ำไม่ท่วมบ้านแน่นอน ยืนยัน :D 11 octobre ทริปบั้งไฟพญานาคไปหนองคายมา
ไปลาวมา
เอาบุญมาฝาก....ไหว้พระไป 5 แห่ง + ได้ตักบาตรเทโวมา
เอารูปมาฝาก...น้อยไปหน่อย เพราะไปเพียงแค่ 2 วัน
เอาเรื่องมาฝาก...
ทริปนี้ไปดูบั้งไฟพญานาคจ้า....
เพิ่งรู้ว่า เค้ามี 2 แบบแหละ แบบแรกเค้าเรียก 'ลูกไฟพญานาค' จะขึ้นมาเดี่ยว ๆ ส่วนที่เรียก 'บั้งไฟพญานาค' นั้น มันคือลูกไฟพญานาคที่ขึ้นมาติด ๆ กันจนดูคล้ายกับบั้งไฟต่างหาก และที่เราเห็นกันส่วนใหญ่ก้อเป็นแบบแรกนั่งเอง
แพรได้เห็นปามาน 10 กว่าลูก ตื่นตาตื่นใจมากมาย ไปจองที่ตั้งแต่ 5 โมงเย็น เห็นลูกแรกตอนประมาณ 6 โมงครึ่ง รู้สึกโชคดีมากที่ได้เห็น และที่ที่ไปดูก้อคนไม่เยอะ เพราะไม่ได้เป็นที่ยอดฮิตแบบที่โพนพิสัย
วิธีการดูนั้น ตาต้องเพ่งที่น้ำตลอดเวลา เพราะมันจะขึ้นมาจากกลางน้ำตรงไหนก้อได้ (เป็นแบบ random น่ะ) จะใกล้ฝั่งไทยหรือฝั่งลาวก้อไมอาจรู้ได้ ดังนั้นต้องมีสติตลอดเวลา นอกจากใช้ตาดู แล้วต้องใช้หูฟังด้วย พอมีคนเฮปุ๊บ ก้อต้องรีบหันไปดูเลย ถ้าหันช้าจะไม่เห็น เพราะลูกไฟขึ้นเร็วมาก ๆ เป็นลูกไฟสีแดงขนาดเล็ก มันจะขึ้นด้วยความรวดเร็วจากน้ำในแนวตั้ง (แพรถ่ายไม่ทันเลยอะ แค่มองเห็นทันก้อเก่งละ) ก้อไม่ถึงขนาด 90 องศาหรอกนะ ก้อมีเอียง ๆ บ้าง แต่ที่พิเศษ และทำให้แยกแยะได้จากพลุที่คนจุดก้อคือว่า มันจะขึ้นตรง ๆ และไม่ตกลงมา แต่หายไปในอากาศนั่นเอง
มีเรื่องเล่าจากคุณยายว่า เมื่อก่อนสมัยที่ยังไม่มีไฟ ไม่มีเสียงดังรบกวนมากขนาดนี้ ลูกไฟพญานาคจะขึ้นมากกว่านี้ แต่พอคนเข้ามาวุ่นวายรบกวนธรรมชาติ ก้อทำให้ลูกไฟพญานาคมันน้อยลงตามไปด้วย
ขากลับเข้าตัวเมือง (ไปดูนอกตัวเมือง) รถติดมากมาย ฝนตกพรำ ๆ ด้วย ข้าวเย็นก้อไม่ได้กิน ไม่เป็นไร อิ่มอกอิ่มใจแทนไปก่อน
ส่วนวันที่สองไปลาวมา...
เสียดายฝนตก ทำให้ถ่ายรูปลำบาก แต่ก้อสนุกดี ไปไหว้พระมาหลายวัด ไปไหว้เสาหลักเมืองมาด้วย ซึ่งที่ลาว เขาจะมีการทำให้ศักดิ์สิทธ์ โดยการให้ผู้หญิงท้องกับม้าเสียสละชีวิต ลงไปอยู่ในหลุมแล้วเอาเสาหลักเมืองใส่ลงไป อะไรทำนองนี้ แบบในละครเรื่อง 'เจ้ากรรมนายเวร' น่ะ หากใครยังจำได้ น่ากัวดีอะ ผู้หญิงเค้าก้อเสียสละดีเนอะ
ต่อจากนั้นก้อไป shop shop แล้วก้อ shop เพลิดเพลินหนุกหนาน
แล้วก้อกลับกรุงเทพ เป็นอันจบ trip จ้า
28 septembre Quote of the dayTeach a parrot the terms "supply and demand" and you've got an economist.
:> Thomas Carlyle 14 septembre ไปเที่ยวกัน และ งานราชพฤกษ์ไปเที่ยวกันเถอะเพื่อนผองทั้งหลาย
จาจบแล้วอ่า....เดี๋ยวก้อไม่ได้เที่ยวแล้วน้า..... (ไซโคสุดฤทธิ์)
เพื่อน ๆ ห้องหนึ่งไปเที่ยวเกาะกัน อยากไปเกาะเสม็ดน่ะ
คาดว่าจาไปกันปลาย ๆ เดือนตุลาแหละ ปามาน 20 ก่า ๆ
หรืออยากไปที่อื่นกันอะ
ส่วนเพื่อน ๆ ที่คณะ ไปปายกันเถอะ ไม่ได้ไปปิดเทอม เปิดเทอมมาค่อยไปก้อได้ อยากไปอยากไป
อยากไปสัมผัสหมอกเมืองเหนือ
อยากไปทะเล
อยากไปภูเขา
สุดท้าย.... ตอนแรก อยากไปงานราชพฤกษ์ด้วยคับ
มีตั้งแต่เดือนพฤศจิถึงมกรานู่นแน่ะ
ที่ใช้คำว่า 'ตอนแรก' เพราะ....ตอนนี้ไม่อยากไปแล้วนั่นเอง
อะ อยากรู้ล่ะสิ ว่าเพราะอะไร
สาเหตุเนื่องมาจาก วันก่อนแม่ฟังวิทยุ แล้วเอามาเล่าให้แพรฟังอีกที ว่า.....
งานนี้เป็นงานหลอกลวงประชาชน
คือ...จนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการลงต้นไม้แต่อย่างใด มีการจัดสถานที่ไปบ้าง แต่ต้นไม้ยังไม่มี ทั้ง ๆ ที่งานระดับนี้ เค้าควรต้องลงต้นไม้ล่วงหน้าเป็นปี ๆ เพื่อให้มันปรับตัวได้ ฝังรากได้ ไรงี้ แต่นี่ไร จะเริ่มอีกเดือนสองเดือนแล้ว ยังไม่มีภาพหรือความก้าวหน้าไรให้เห็นเลย เช่น โฆษณาทางทีวี
อีกอย่าง คือ เค้าขอความร่วมมือไปยังต่างประเทศให้ส่งพืชพันธุ์ต่าง ๆ มาให้ แต่ไม่ค่อยมีใครตอบรับเท่าไหร่ มีก้อเป็นประเทศเล็ก ๆ อะ
แล้วงานจิง ๆ คงปามาน เอา OTOP มาตั้งซุ้มขายเป็นหลัก ต้นไม้เป็นรอง
อันนี้ก้อฟังเค้ามาอีกทีอะนะ รู้สึกวันนั้นจะสัมพาดคุณ ระพี สาคริก นี่แหละ
ไงก้อฟังหู ไว้หู ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เนอะ
หมายเหตุ :> ไม่ค่อยรู้จิงเท่าไหร่อะนะ ฟังเค้ามาก้อมาเล่าอีกที ใครรู้ข้อเท็จจิงอย่างไรช่วยไขข้อกระจ่างด้วยเน้อ...
ปัจฉิมลิขิต :> ช่วงนี้ชีวิตมีแต่งาน เรียน คณะ บ้าน ชิว ทีวี เน็ต โทรศัพท์ เลยไม่มีรูปใหม่ ๆ มาลงเลย ว้าว้าว้า ไว้รอปิดเทอมเถ้อ.....จะมา up บ่อย ๆ เล้ย คอยดู คอยดู 24 août อยากกู้บุญมาใช้ก่อนได้เคยรู้สึกอยากกู้บุญในอนาคตมาใช้ก่อนป่าว
แบบว่า ต้องทำอะไรบางอย่างที่รู้สึกว่าแค่บุญในอดีตที่เราเคยทำมาอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยเราได้ (เช่น การสอบ Econometrics -_-") ก้อเลยมีความอยากที่จะกู้บุญในอนาคตมาใช้ก่อนวันนี้ แล้วค่อยทำบุญคืนวันหลังละกัน
เหมือนเรื่อง Intertemperal choice ทางเสดสาด หากเราสามารถกู้เงินในอนาคตมาใช้ได้วันนี้เมื่อจำเป็น เราก้อสามารถทำไรได้หลายอย่าง เช่น กู้เงินมาเรียน มาจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่หากมีข้อจำกัดบางอย่างทำให้เราไม่สามารถกู้เงินได้ เช่น เราไม่มีเครดิตพอ ธนาคารไม่ให้กู้ ไรงี้ ซึ่งมักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต ก้อจาทำให้เรามีปัญหาละ เพราะว่าตอนนี้ไม่พอใช้นั่นเอง
เหมือนบุญแหละ หากเราไม่สะสมบุญในอดีต วันนี้คงไม่มีบุญใช้ จะกู้บุญในอนาคตมาใช้วันนี้ก่อนก้อไม่ได้ (รึเปล่า...?) เพราะฉะนั้น....สะสมบุญด้วยการเริ่มทำดีตั้งแต่ตอนนี้ดีก่า
หมายเหตุ :> blog วันนี้ ได้ไอเดียดี ๆ มาจากพี่โจ้นั่นเอง ขอบคุณค้าบ 7 août Loveaholic & Product Life Cycleไม่ได้มา up blog นานนมเน....
เพราะป่วย ติดสอบ ทำงาน etc.
หายไปนานจนไม่รู้ว่า MSN Spaces เค้าเปลี่ยนเป็น Window Live Spaces แล้ว ตอนแรกเหวอมาก ใช้ไม่ถูก ไม่ชินตา ไป ๆ มา ๆ เริ่มชิน ทุกสิ่งทุกอย่างก้อต้องมีเปลี่ยนแปลงเนอะ (ดีขึ้นหรือแย่ลงนี่อีกเรื่อง)
มาคราวนี้มีแรงใจมาใส่รูปเพิ่มเพราะเพื่อนมาดูแล้วบอกสวย
ก้อไม่มีใคร comment เลยนี่หน่า....ก้อเลยแอบคิดว่าคงไม่มีใครดู ขี้เกียจ up ซะงั้น (น้อยใจเป็นเรื่องปกติของแพร กรุณาอย่าตกใจ) เปลี่ยนเรื่อง....
ใครได้ไปดูหนังเรื่องโคตรรักเอ็งเลยมาแล้วบ้าง (แอบบอกว่าชอบชื่อภาษาอังกฤษ Loveaholic มั่ก ๆ น่ารักดี)
เป็นหนังที่โอเรื่องนึง แพรร้องไห้ไปซะตาแดง จมูกแดงเลย แต่มันก้อสะท้อนความจริงในชีวิตคู่เนอะ ว่าอยู่ไปนาน ๆ ก้อเริ่มเบื่อ อะไรทำนองนี้
เพิ่งสอบ Econ of Production & Marketing Management ไป ใครเคยเรียนเกี่ยวกับด้านธุรกิจ น่าจะรู้จัก Product Life Cycle ที่ว่าด้วยช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จัก ขั้นเติบโต ส่งเสริมการขาย ขั้นโตเต็มที่ ตักตวงรายได้ เริ่มมีคู่แข่ง และต้องยื้อให้อยู่ในช่วงนี้นานที่สุด ไปจนถึงขั้นตกต่ำ ซึ่งจะนำไปสู่การเลิกผลิตผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
แล้วสองเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกัน...
ถ้าความรักคือผลิตภัณฑ์ ขั้นแนะนำคงเป็นขั้นจีบ พัฒนาไปจนถึงขั้นโตเต็มที่หรือ Maturity ซึ่งถ้าต้องการอยู่ในช่วงนี้ให้นานที่สุด ก้อต้องยื้อโดยการทำ minor changes หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือไม่งั้นก้อหาตลาดใหม่เพื่อไปลงผลิตภัณฑ์ (แต่อันนี้ไม่ได้แนะนำให้มีคนใหม่นะ) เพราะถ้าไม่ยื้อไว้ (เค้าใช้คำว่ายื้อจิง ๆ นะ ไม่ได้คิดเอง) ก้ออาจเข้าสู่ช่วง Decline หรือเลิกกันได้ เพราะถ้าหากผลิตภัณฑ์ไม่ทำกำไร ก้อจำเป็นต้องเลิกผลิต
ซึ่งช่วงชีวิตผลิตภัณฑ์จะยาวหรือสั้นนั้น ก็แตกต่างกันไปตามการบริหารจัดการนั่นเอง
8 juillet เล่าสู่กันฟังนี่เป็นเรื่องจิงที่เกิดขึ้นกับคนรู้จัก เลยเอามาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์น่ะ
คือว่า พี่คนนี้เค้าไปเที่ยวเมกา 7 วัน วันสุดท้ายจะกลับเกิดปวดท้องประจำเดือนมาก แล้วตัวเองไม่มียา เพื่อนเลยให้ยามากิน ซึ่งเป็นยาที่ไม่เคยกินมาก่อน ปรากดว่า พี่เค้าแพ้ยาตัวนี้ ก้อเลยต้องเข้า admit ที่โรงพยาบาลที่นู่น
ความโชคร้ายอยู่ตรงที่ มีพยาบาลคนนึง มาฉีดยาให้พี่เค้าผิดโดส คือฉีดให้มากไป จนพี่เค้า shock อาเจียนเป็นเลือด ฯลฯ คืออาการแย่ลงมาก โชคดีได้หมออีกคนเข้ามาดู จึงช่วยไว้ได้ทัน
ตอนนี้พี่เค้ากลับมาเมืองไทยแล้ว ให้หมอตรวจดูอยู่ว่ามีผลต่อหัวใจทำให้เกิดแผลรึเปล่า เพราะยาที่ได้รับมากเกินไป
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองแพ้ยารึเปล่า ก็อย่าสุ่มสี่สุ่มห้ากินยามเดินทางต่างประเทศ แพ้ขึ้นมาแล้วไม่คุ้มเลย (ถึงรักษาถูกวิธี ก้อต้องจ่ายค่ารักษามิใช่น้อยแน่ ๆ แต่ของพี่เค้านี่เป็นความผิดของโรงพยาบาล โรงบาลเลยออกให้)
2. ควรทำประกันก่อนไปต่างประเทศนะ แล้วก้อรักษาสุขภาพตัวเองด้วย
น่ากลัวจิง ๆ
29 juin รู้หรือไม่ฟังข่าววันก่อนและได้รับการ confirm จาก Note อีกที ว่า...
ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก ที่ถ่ายทอดฟุตบอลโลกทุก match โดยไม่มีโฆษณา
อื้ม....เจ๋งจิง ๆ เนอะ
PS. ช่วงนี้ Photo Album เป็นไรไม่รู้ มันเพี้ยน ๆ นิดหน่อยอะ (หรือเยอะ) ใครรู้ว่าต้องแก้ไง ช่วยบอกหน่อยนะ 21 juin คนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ period เดียวเกริ่นกันก่อน....
blog วันนี้นำมาจาก lecture Macroeconomics Theory III ของอ.สมประวิน ไม่มีอะไรมาก....แค่อินกับสิ่งที่เรียน และอยากเอามาแบ่งปัน หวังว่าจะไม่ซีเรียสเกินไปนะ เวลาเริ่มเรียน Economic Model เรามักจะสมมติให้คนอยู่ได้ period เดียว หรือการศึกษา One-period Model ดังนั้น คนจะพยายามเลือกทำงาน เลือกบริโภค หรือเลือกทำสิ่งใด ๆ เพื่อให้เกิดความพอใจสูงสุดในปัจจุบันเท่านั้น (และเขาจะไม่แบ่งเงินส่วนนึงเพื่อการออม เพราะว่าพอจบ period นี้เขาก้อต้องตาย)
เช่นการโกงข้อสอบหรือการลอก research ชาวบ้าน (อันนี้อาจารย์ยกตัวอย่างให้ฟัง) แน่นอน มันทำให้คุณเกิดประโยชน์ใน period นี้ ได้คะแนนดี สอบผ่าน ฯลฯ (แม้ว่ามันจะผิดและบางครั้งอาจถูกจับได้)
แต่ในความเป็นจริง คนไม่ได้มีชีวิตแค่ 1 period 1 วัน 1 เดือน หรือ 1 ปี....
ดังนั้น เมื่อเรียนต่อไป ข้อสมมติจะเปลี่ยนให้เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น กล่าวคือ ให้คนเรามีชีวิตอยู่หลาย period และในการเลือกทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความพอใจสูงสุดใน period ปัจจุบัน ก้อต้องเอาเรื่องของอนาคตเข้ามาใส่ใน model เพื่อใช้ในการคำนวนด้วย
กลับมาที่ตัวอย่างเดิมของเรา...ถ้าเราโกงข้อสอบแล้วถูกจับได้ ติด F ต้องพักการเรียนไป 1 ปี ฯลฯ มันคุ้มกันรึเปล่า กับความพอใจแค่ใน period ปัจจุบัน
เหมือนกับการดำเนินชีวิต ปัจจุบันสำคัญที่สุด แต่ก้อต้องคำนึงถึงอนาคตด้วย...เพราะคนเราไม่ได้ชีวิตอยู่ period เดียวนี่หน่า
2 juin เมื่อข้าพเจ้าฝึกงานที่แบงก์ชาติฝึกงานเสร็จแล้วจ้า.......
เอารูปที่ถ่ายเล่น ๆ กะเพื่อน ๆ ที่ร่วมชะตากรรมฝึกงานที่แบงก์ชาติด้วยกันมาลงแล้ว เลือกเอามาเฉพาะบางส่วนเท่านั้น ใครอยากก๊อป เอาไปได้เลยนะ
เพื่อนฝึกงานคนไหนอยากได้ฉบับเต็ม ๆ ขอได้โดยตรงที่แพรนะ เดี๋ยว write CD ไปให้
ส่วนใครมีรูป เอามาแชร์กันมั่งนะ
26 mai La Roue De Parisวันนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำ
(blog แพรมันกลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย -_-") นั่นก้อคือ...
La Roue De Paris
ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่จากฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่สวนลุมไนท์บาร์ซ่า ค่าบัตร ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 70 บาท เปิดให้ขึ้นตั้งแต่ 6 โมงเย็น แต่มีคนแนะนำให้ขึ้นตอนกลางคืน โดยเฉพาะวันพระจันทร์เต็มดวงจะสวยเป็นพิเศษ แต่แพรขึ้นตอนเย็น ๆ น่ะ ยังไม่ค่ำเท่าไหร่ ก้อได้บรรยากาศอีกแบบเนอะ ขึ้นไปแล้ว จะเห็นบรรยากาศกรุงเทพโดยรอบ สวย+สูง เป็นกิจกรรมที่ไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูงเป็นอย่างยิ่ง แต่ปลอดภัยนะ ไม่น่ากลัว ไม่เวียนหัว ไม่กลัวตก กระเช้านึงความจริงนั่งได้ถึง 6 คน ถ้าไปช่วงคนเยอะ ๆ ซักประมาณ 2-3 ทุ่ม (เค้าบอกมาว่า) อาจต้องแชร์กระเช้ากับคนอื่น แต่ถ้าช่วงคนไม่เยอะ มา 2 คนก้อนั่งกระเช้าเดียวได้เลย
La Roue De Paris หรือ The Wheel of Paris นี้จะหมุนให้เรานั่ง 3 รอบ แป๊บเดียวมาก ๆ เพราะมันไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด แต่ก้อคุ้มคับ ชอบ+ประทับใจมากมาย พอลงมาแล้ว ตอนเดินมุดไปตามทางเดินจะออก อย่าลืมหยุดดูกระเช้าที่เคลื่อนผ่านหัวเราไป ตื่นเต้นไปอีกแบบ
ใครหิวก้อนั่งหาอะไรกินที่ลานเบียร์ได้เลย อาหารเยอะและหลากหลายมากจิง ๆ แต่ราคาอาจจะแพงนิดนึง
ชิงช้าสวรรค์ยักษ์จะตั้งอยู่เมืองไทยประมาณ 6 เดือน อย่ามัวแต่รีรอจนอดไปเล่นน้า....แนะนำ ๆ การเดินทางก้อไม่ยาก ไป BTS ลงศาลาแดงหรือเพลินจิต แล้วต่อรถหน่อย หรือไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ขึ้นที่สถานีลุมพินี ส่วนสายรถเมล์ที่ผ่าน มีดังนี้
ถนนวิทยุ : 13 17 50 62 76 106
ถนนพระราม 4 : 4 11 13 14 17 18 19 22 45 46 47 74 109 115 116 141
แวะไปดูรูปเพิ่มเติมได้ ที่นี่เลย
25 mai จากสักทองเมืองแพร่สู่เสาชิงช้าเมืองกรุงเมื่อวันก่อนมีโอกาสไปเสาชิงช้ามาแหละ
เจ๋งดีนะ ไม่ได้ไปนานแล้ว ไปรอบนี้มีความรู้สึกว่าเสาชิงช้าทั้งใหญ่และสูงจังเลย เก็บรูปมาฝากด้วย แล้วก้อบังเอิญไปเจอข่าวดัง link ข้างล่าง
เค้ากำลังจะสร้างเสาชิงช้าขึ้นมาใหม่ล่ะ ไม่ใช่แค่ซ่อมแซมนะ แต่จะสร้างขึ้นใหม่ทั้งอันเลย ดังนั้น การค้นหาวัตถุดิบมาทำเสาชิงช้าจึงเริ่มต้นขึ้น
หลังจากใช้เวลาหาไม้ที่แข็งแรงและดีพออยู่นาน ก้อมาลงเอยที่ไม้สักทองจากจังหวัดแพร่ จำนวน 6 ต้น ดูจากภาพใน link ได้จะเห็นว่ามันใหญ่และสูงมาก
ความรู้ใหม่อีกอย่างคือ เสาชิงช้าต้องตั้งอยู่ใจกลางพระนคร โดยไอ้จุดใจกลางพระนครที่ว่านี้วัดจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงกำแพงเมืองบริเวณป้อมพระสุเมรุ ซึ่งจุดที่ได้ก็คือบริเวณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ไปมาเหมือนกัน แต่ไม่ได้ถ่ายรูปอะ) แต่ปัจจุบันเค้าเลื่อนเสาชิงช้าไปทางวัดสุทัศน์เพราะเหตุผลทางสถาปัตยกรรม
|
|
|